บ้านนักสิทธิ์
← บทความ

ตะกรุดแสล่งแงง “เสน่ห์ทองโด”

09/09/2026

สองสายวิชา หนึ่งเครื่องราง — เมตตา เสน่ห์ ค้าขาย และคงกระพัน

“แสล่งแงง” เป็นหนึ่งในวิชาเครื่องรางโบราณที่มีเรื่องราวสืบทอดกันมาในหลายสายครู โดยแต่ละสายมีรายละเอียด วิธีใช้ และรสวิชาที่แตกต่างกันออกไป

ผู้สร้างตะกรุดรุ่นนี้ได้ศึกษาวิชาแสล่งแงงจากครูหลายสาย และเคยจัดสร้างเครื่องรางเกี่ยวกับวิชานี้มาแล้วหลายรูปแบบ บางตำรามีลักษณะเฉพาะตัวสูง ทั้งรูปแบบการสร้าง การปลุกเสก และเคล็ดในการนำไปใช้ จึงไม่ได้ถูกนำออกมาเผยแพร่หรือจัดสร้างเป็นจำนวนมาก

หนึ่งในสายวิชาที่น่าสนใจคือ “ตะกรุดผัดแสล่งแงง” ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากครูสายไทยใหญ่ ลักษณะคล้ายตะกรุดมหารูด สามารถนำไปใช้ตามเคล็ดต่าง ๆ ได้ และมีวิธีปฏิบัติก่อนนำตะกรุดไปใช้ที่แตกต่างจากสายทั่วไป

ทวิภาค — สองด้านในวิชาเดียวกัน

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้น คือเมื่อศึกษาตำราแสล่งแงงจากหลายสำนัก จะพบว่าแก่นของวิชามีลักษณะคล้าย “สองด้าน” อยู่ในวิชาเดียวกัน

  • ด้านหนึ่ง คือสายบู๊ — คงกระพัน แคล้วคลาด และคุ้มครอง

  • อีกด้านหนึ่ง คือสายชู้ — เมตตา มหาเสน่ห์ เจรจา และค้าขาย

แสล่งแงงสายบู๊

ตำราแสล่งแงงที่พบในหลายสาย ส่วนใหญ่มีเนื้อหาโน้มไปทางความเชื่อด้านคงกระพันและการป้องกันตัว โดยมีบทคาถาและเรื่องเล่าเกี่ยวกับอาวุธ การต่อสู้ และความแคล้วคลาดอยู่เป็นจำนวนมาก

ในอดีตจึงพบว่าแสล่งแงงมักได้รับความนิยมในกลุ่มคนที่ใช้ชีวิตเสี่ยงภัย นักเลง หรือผู้ที่ต้องเดินทางไปในสถานที่อันตราย

มีเรื่องเล่าจากหลายสายครู เช่น การทดลองเครื่องรางด้วยอาวุธ การใช้ยันต์กับร่างกาย หรือประสบการณ์ของครูบาอาจารย์ในอดีตที่ศิษย์เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับความคงกระพันและแคล้วคลาด

เรื่องราวเหล่านี้ถือเป็นคติความเชื่อและประสบการณ์ที่สืบต่อกันมาในสายวิชา ไม่ใช่สิ่งที่ควรนำไปทดลองกับอาวุธหรือสถานการณ์อันตรายจริง

แล้วเหตุใดแสล่งแงงจึงมีด้านเมตตาและเสน่ห์

นี่คือคำถามที่ผู้ศึกษาวิชานี้สงสัยมาเป็นเวลานาน

แม้ตำราหลักจำนวนมากจะกล่าวถึงเรื่องคงกระพัน แต่ผู้ที่เคยใช้หรือสืบทอดเครื่องรางแสล่งแงงกลับมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเมตตามหานิยม เสน่ห์ การเจรจา และการค้าขาย ปรากฏอยู่ไม่น้อย

บางสายมีเคล็ดการพกตะกรุด “หานาย” หรือ “หาสาว” ขณะที่บางสาย เช่นสายวัดสามง่าม มีเรื่องเล่าถึงการใช้ผ้ายันต์แสล่งแงงในทางเสน่ห์ จนเกิดวลีว่า

“ผูกต้นขาขึ้นหาสาว”

นอกจากนี้ยังพบคาถาบางกลุ่มที่มีลักษณะเป็นบทเรียกจิต เรียกใจ และเมตตาเสน่หา โดยเฉพาะบทที่กล่าวถึงความรัก ความนิยม และการค้าขาย

ต่อมาจึงมีการค้นพบตำราโบราณอีกสายหนึ่ง ซึ่งมีข้อความชัดเจนไปในทางเสน่หา เมตตา และการค้า ทำให้เห็นว่ารสของวิชาแสล่งแงงนั้นอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านคงกระพันเท่านั้น แต่มีลักษณะเป็น “ทวิภาค” คือมีทั้งด้านบู๊และด้านเมตตาอยู่ในสายวิชาเดียวกัน

ที่มาของชื่อ “เสน่ห์ทองโด”

ตะกรุดรุ่นนี้นำชื่อ “ทองโด” มาจากผู้สืบทอดวิชาแสล่งแงงสายหนึ่ง เพื่อเป็นการระลึกถึงเจ้าของสายวิชาและไม่ให้ชื่อของครูสูญหายไปตามกาลเวลา

ตามเรื่องเล่าของสายวิชา “พ่อทองโด” เป็นชาวอีสานผู้หนึ่ง ซึ่งครั้งหนึ่งเดินทางลงไปทำงานในภาคกลาง และไปพำนักอยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี

ในช่วงนั้นท่านได้พบเห็นคนหนุ่มในพื้นที่ซึ่งพกตะกรุดที่มีชื่อเสียงในด้านความคงกระพัน จึงเกิดความสนใจและตามไปขอเรียนวิชาจาก หลวงปู่โต๊ะ วัดถ้ำหมี ซึ่งเป็นครูผู้มีชื่อเสียงด้านวิชาเครื่องรางในสายดังกล่าว

เมื่อพ่อทองโดกลับคืนภูมิลำเนา ท่านได้นำวิชาที่ได้รับการถ่ายทอดมาสร้างตะกรุดให้คนใกล้ชิดใช้ และเกิดเรื่องเล่าเกี่ยวกับความกล้า ความคงกระพัน และบารมี จนกลายเป็นอีกหนึ่งสายวิชาแสล่งแงงที่ได้รับการกล่าวถึงในวงผู้ศึกษาวิชา

ต่อมาวิชานี้ได้รับการสืบทอดผ่านศิษย์ของพ่อทองโด ก่อนส่งต่อมาถึงผู้สร้างตะกรุดรุ่นปัจจุบัน ด้วยความตั้งใจที่จะ “ฟื้นฟูยกครูขึ้นมา” จึงนำชื่อ “ทองโด” มาใช้เป็นชื่อของตะกรุดรุ่นนี้ว่า

“ตะกรุดแสล่งแงง เสน่ห์ทองโด”

เพื่อเป็นการบันทึกชื่อครูและต้นสายวิชาเอาไว้

สองตำรา สองรสวิชา ในตะกรุดรุ่นเดียว

ความพิเศษของตะกรุดแสล่งแงง เสน่ห์ทองโด คือการนำองค์ความรู้จากสองแนวทางมาประกอบกัน

๑. สายเมตตา เสน่ห์ และค้าขาย

ใช้แนวทางจากตำราแสล่งแงงที่พบข้อความเกี่ยวกับ

  • เมตตามหานิยม

  • เสน่ห์

  • คนรักใคร่เอ็นดู

  • เจรจาติดต่อ

  • การค้าขาย

  • คนเข้าหา

  • เรียกจิต เรียกใจ

จึงเรียกว่าเป็น “ด้านชู้” ตามภาษาคนโบราณ

คำว่า “เจ้าชู้” ในบริบทของภาษาลาวโบราณ ยังสามารถสื่อถึงบุรุษผู้มีเสน่ห์ เป็นที่รักและนิยมของผู้คน ไม่ได้หมายความถึงการหลายใจเพียงอย่างเดียว

๒. สายคงกระพันและคุ้มครอง

อีกด้านหนึ่งนำสายวิชา แสล่งแงงทองโด ซึ่งสืบทอดมาในแนวทางคงกระพัน แคล้วคลาด และคุ้มครอง

เป็นรสวิชาที่ในอดีตได้รับความนิยมในหมู่ผู้ที่ต้องการความกล้า ความมั่นใจ และเครื่องยึดเหนี่ยวเมื่อต้องเผชิญสถานการณ์เสี่ยงภัย

ดังนั้นตะกรุดรุ่นนี้จึงตั้งใจสร้างให้มีลักษณะ

“ชู้ และ บู๊ อยู่ในดอกเดียว”

คือรวมทั้งด้านเมตตาเสน่ห์ และด้านคุ้มครองตามคติของสายวิชาแสล่งแงง

การจัดสร้าง

ตะกรุดแสล่งแงง เสน่ห์ทองโด เป็นงานที่ผู้สร้าง เขียนตะกรุดด้วยมือทีละดอก และนำไปถักตามรูปแบบที่กำหนด จึงเลือกใช้วิธีจัดสร้าง ตามจำนวนสั่งจอง มากกว่าการผลิตจำนวนมาก

แนวคิดสำคัญคือ

“ไม่ให้วิชาครูกลายเป็นของโหล”

แต่ละดอกจึงเกิดจากการเขียน การเตรียม และการทำตามขั้นตอนของสายวิชาที่ผู้สร้างได้รับการถ่ายทอดมา

พุทธคุณตามความเชื่อของสายวิชา

ด้านเมตตา

  • เมตตามหานิยม

  • คนรักใคร่เอ็นดู

  • เสริมมนุษยสัมพันธ์

  • เพิ่มความมั่นใจในการพบปะผู้คน

ด้านเสน่ห์

  • เสริมเสน่ห์และบุคลิก

  • เจรจาพูดคุย

  • เรียกความสนใจ

  • เสริมความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล

ด้านค้าขาย

  • เสริมการเจรจาธุรกิจ

  • ค้าขายคล่องตัว

  • ลูกค้าเข้าหา

  • เหมาะกับผู้ทำงานด้านการขายและบริการ

ด้านคุ้มครอง

  • แคล้วคลาด

  • คุ้มครอง

  • เสริมความมั่นใจ

  • เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเมื่อเดินทางหรือเผชิญสถานการณ์ต่าง ๆ

คุณลักษณะดังกล่าวเป็นความเชื่อที่สืบทอดในสายวิชาเครื่องราง ไม่ใช่การรับรองผลลัพธ์ และไม่ควรใช้เพื่อทดสอบกับอาวุธหรือสถานการณ์ที่เป็นอันตราย

สั่งจอง

ตะกรุดรุ่นนี้จัดสร้างตามจำนวนสั่งจอง ดูรายละเอียดและร่วมบูชาได้ที่หน้าสินค้า

ตะกรุดแสล่งแงง “เสน่ห์ทองโด” — ดูรายละเอียดและสั่งจอง